บริติชขนสั้นเป็นแมวสายพันธุ์ยุโรปที่แพร่หลายที่สุดในสหราชอาณาจักร มีขนสั้นและมีชีวิตชีวา และลำตัว ขนาดกลาง เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า cobby ที่หมายถึง ขนาดกะทัดรัดและแข็งแรง

เริ่มจากประวัติของแมวตัวนี้กันก่อน ต้นกำเนิดของบริติช ช็อตแฮร์สาบสูญไปในตำนาน แต่สันนิษฐานว่าเป็นสายพันธุ์ของแมวยุโรป ซึ่งเป็นลูกหลานโดยตรงของแมวอียิปต์

กล่าวกันว่า ชาวโรมันเป็นคนนำแมวพวกนี้เข้าอังกฤษ เมื่อนำสายพันธุ์ตัวอย่างนี้ผสมกับแมวป่าพื้นเมืองทำให้ได้อีกชีวิตเป็นสายพันธุ์แท้ตามมาตรฐานของมันเอง ตามประมวลกฏหมายปี 1977

ต่อจากนั้น มีการเลือกสายพันธุ์แมวและนำมาผสมกับแมวแมวพันธุ์ชาร์เทอร์ฝรั่งเศสและเปอร์เซียเพื่อให้ลำตัวของพวกมันมีขนนุ่มและหัวกลมขึ้น

นอกจากลำตัวที่แข็งแรงและกำยำสมบูรณ์เช่นเดียวกับแมวยุโรปแล้ว บริติชขนสั้นจึงมีขนที่นุ่มและหนาที่อาจมีได้หลายสี ขนที่ปกคลุมมีความหนาและหยิก โดยทั่วไปสีลำตัวจะสม่ำเสมอกันยกเว้นขนลาย tabby (เสือ) และสีเงิน

บริติชขนสั้น ‘สีน้ำเงิน’ เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดซึ่งเกิดจากการผสมกับพันธุ์ชาร์เทอร์ โดยปกติขนจะเป็นสีเดียว แต่มีสีคล้ายกระดองเต่า ทูโทน คล้ายแมวไทย (จุดสี) และไล่เฉดสี

เฉดสีอื่น ๆ ได้แก่ ขาว น้ำตาล ครีมแดงและม่วง

แมวพันธุ์นี้หน้ากว้าง แบนและจมูกใหญ่ ลำคอสั้นและแข็ง

ดวงตาขนาดใหญ่และกลม มีสีที่เข้ากับขนของมัน เช่น น้ำเงิน ส้ม ทองและทองแดง ลำตัวมีกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะไหล่และหน้าที่มีการขยายใหญ่ แต่พันธุ์ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้

เช่นเดียวกับ ‘แมวพ่อ’ พันธุ์บริติชขนสั้น เป็นที่รักใคร่ ปรับตัวได้ง่าย รักอิสระและขี้เล่น มันจึงภูมิใจมากและรักที่จะอยู่ด้วยตัวเอง มันมีท่าทางที่ดี แต่มีความผูกพันกับครอบครัวมาก ซึ่งมันจึงชอบเล่นอย่างมีความสุข

มันชอบเล่นกับทั้งเด็กและสุนัข แต่หากถูกรบกวน มันชอบที่จะปลีกตัวออกไปแทนที่จะโชว์เล็บข่วน

สัญชาตญาณแห่งการล่าสัตว์ในตัวแมวพันธุ์นี้ยังคงมีอยู่ ซึ่งมันจะแสดงออกโดยการไล่จับแมลงทุกชนิดเมื่ออยู่ในอพาร์ตเมนต์ หรือถ้าอยู่กลางแจ้ง มันจะไล่จับหนูและกิ้งก่า

อย่าลืมแปรงให้มันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ในช่วงของการผลัดขนและช่วงผสมพันธุ์กับเปอร์เซีย ควรต้องเพิ่มการดูแลมากขึ้น และระวังเรื่องเชือกผูกรวมถึงปลายเล็บของพวกมัน

แม้ว่ามันจะมีชีวิตอยู่ได้เฉลี่ย 14-20 ปี แต่ก็อาจต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคทางพันธุกรรม โรคถุงน้ำที่ไตจำนวนมาก ซึ่งเป็นความผิดปกติของไตที่มีพัฒนาการเติบโตช้า

การดูแลขนของแมวสายพันธุ์บริติชขนสั้น จะต้องทำอย่างถูกวิธีโดยใช้หวีซี่ละเอียดเพื่อกำจัดขนที่หลุดล่วง โดยเฉพาะในช่วงที่มันผลัดขน

แมวสายพันธุ์บริติชขนสั้น มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “The Cat Bulldog” เพราะมีความสง่างามและมีความไว้ตัว แมวพันธุ์นี้จึงเหมาะที่จะอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อคอยดูแลสวนเจ้าของบ้าน แต่มันก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับแมวเกือบทุกชนิด คำว่าบริติช ชื่อนี้บอกถึงลักษณะของความเป็น “บริติช” ที่มีความเงียบและมีเล่ห์เหลี่ยม โดยเฉพาะความหลากหลายจากบริติชขนสั้นสีน้ำเงิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *